Sunday, August 28, 2016

"ไม่ต้องเหนียมอายกันแล้ว” วัฒนา เมืองสุข

"ไม่ต้องเหนียมอายกันแล้ว"

การประชุม กบข. ครั้งที่ 3/2558 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 โดยพลเอกประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เป็นประธาน มีประเด็นสำคัญคือการเร่งรัดเรียกค่าเสียหายคดีจำนำข้าวซึ่งคณะกรรมการเข้าใจว่ามีอายุความ 1 ปี ต้องฟ้องภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 (รายงานข้อ 2) เจ้าหน้าที่ชี้แจงเหตุล่าช้าว่าการทำงานมีขั้นตอนตามกฎหมาย ประธาน กบข. จึงให้ข้อสังเกตว่า "หน้าที่ของคณะกรรมการฯ คือประเมินความเสียหายและนำส่งข้อมูลให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตั้งเรื่อง ไม่ต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม แต่ต้องพยายามดำเนินการให้ทันกรอบเวลาการส่งฟ้อง มิฉะนั้น จะถือเป็นความบกพร่องของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์"

เพื่อให้บรรลุภารกิจคือจัดการกับนายกยิ่งลักษณ์โดยไม่ต้องให้ความเป็นธรรม พลเอกประยุทธ์จึงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 39/2558 ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2558 นิรโทษกรรมให้กับทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องจำนำข้าวไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย ตามรายงานการประชุมและคำสั่งที่โพสต์มาเป็นหลักฐาน ดังนั้น คำแก้ตัวของพลเอกประยุทธ์ในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ที่ว่า ตนไม่ได้เร่งรัดก็ดี หรือ ไม่ได้สั่งเจ้าหน้าที่ให้ไม่ต้องสนใจกระบวนการยุติธรรมเพราะเป็นหน้าที่ของศาลก็ดี จึงสวนทางกับข้อเท็จจริงในรายงานการประชุมอันเป็นเอกสารราชการ แสดงถึงวิธีจัดการกับฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ ไม่ต้องให้ความเป็นธรรมและไม่ต้องรับผิดชอบ นายกยิ่งลักษณ์และจำเลยอื่นในคดีจำนำข้าวไม่มีสิทธิป้องกันตัวเองเนื่องจากมีการนิรโทษกรรมทุกคนไว้ล่วงหน้าแล้ว หรือนี่คือหนึ่งในภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชาติที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนได้

สงสารก็แต่นายกยิ่งลักษณ์และคนไทยอีก 10.59 ล้านคนที่เลือกข้างประชาธิปไตย ที่นับจากนี้ไปคงแสวงหาความยุติธรรมได้ยากลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็น การปรองดองที่ใช้เป็นข้ออ้างการยึดอำนาจก็ยิ่งห่างไกลความจริงมากขึ้น เพราะความยุติธรรมไม่มีความสามัคคีก็ไม่มีทางเกิด หรือนี่คือวิบากกรรมของคนไทยที่ต้องดิ้นรนแสวงหาความเป็นธรรมกันเอง

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
28 สิงหาคม 2559

สนช. และ กรธ.​ "นิวัติ ศรีเพ็ญ"ถึงแก่อนิจกรรม | 28-08-59 | ไทยรัฐนิวส์โชว์ | ThairathTV

อานันท์ ปันยารชุน เอกชนต้องช่วยลดความเหลื่อมล้ำ : มติชน วีกเอ็นด์ 28 ส.ค.59

เสนอเพิ่ม 30 สนช. มารองรับใคร?

แรงนะ......ญี่ปุ่นวิจารณ์ไทย.....แต่เป็นเรื่องจริง.......

แรงนะ......ญี่ปุ่นวิจารณ์ไทย.....แต่เป็นเรื่องจริง.......
วันนี้มาดูญี่ปุ่นวิจารณ์ไทยกันบ้าง อ่านแล้วแสบทั้งไส้และทั้งทรวงเลย....
เห็นทีคนไทยต้องกลับมาพิจารณาตนเองครั้งใหญ่แล้วครับ 
  ==============
นายเซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นประจำกรุงเทพ
(Japan External Trade Organization,Bangkok : JETRO Bangkok)
ระบุว่า  ไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุน เหมือนที่ผ่านมาในสายตาของนักลงทุนญี่ปุ่น โดยได้แสดงทรรศนะถึง “จุดอ่อน” ของคนไทยไว้ 10 ข้อ คือ
1.คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก
โดยเฉพาะ หน้าที่ต่อสังคม คือ เป็นประเภท มือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมืองธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อยๆ
2.การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ  ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง
จึงตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า
  3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ  น้อยคนนักที่จะทำงาน แบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน
มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน
4.ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำแบบผักชีโรยหน้า หรือทำด้วยความเกรงใจ
ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับ สัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
เพราะหมายถึง ความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อย ๆ
5.การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่ ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกล
จะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเอง และชุมชนซึ่งเป็น หน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม
6.การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการ ไม่ต่อเนื่อง ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก
ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจ หรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน
  7. อิจฉาตาร้อน สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี้ยงเป็นศรีธนญชัย ยกย่องคนมีอำนาจ มีเงินโดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูก แล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่าผู้ก่อการร้าย ดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว
8.เอ็นจีโอค้านลูกเดียว เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับ ผลประโยชน์ บ่อยครั้งที่ต้องเสียโอกาสอย่างมหาศาล เพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริง ๆ ไม่ได้พูดกัน
9.ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือ ในเวทีการค้าระดับโลกยังขาดทักษะและทีมเวิร์คที่ดีทำให้สู้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้
10. เลี้ยงลูกไม่เป็น ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะการเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูก ช่วยตัวเอง ไม่กระตือรือร้น ในการช่วยตนเองขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเองและไม่สอนให้สำนึกผิดชอบต่อสังคม
-------!!!
แรงมากครับ และยอมรับทุกข้อ
คำถามคือ..แล้วเราจะ เริ่มต้นแก้ไขกันอย่างไรดีครับ เป็นหน้าที่คนไทยทุกคนนะครับ

Saturday, August 27, 2016

ตลบม่านการเมือง : ควบแน่นอำนาจ "บิ๊กตู่" เปลี่ยนผ่านประเทศ | 27-08-59 | ...

สดๆ ร้อน ๆ!! 26-08-16 หม่อมใหม่ของพระบรมฯ ได้รับพระราชทานยศ "พลโทหญิง” ส่วนเมียเก่า...ไร้ข่าว เหมือนสาปสูญ!!








ประกาศราชกิจจานุเบกษา หน้า ๑ เล่ม ๑๓๓ ตอนพิเศษ ๑๙๑ ง ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ


มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งให้ พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา 

เสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย 

รักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) เป็น นายทหารปฏิบัติการพิเศษสํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ 

ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย 

รักษาพระองค์ (อัตรา พลโท) ตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ 


ทั้งนี้ หน้า ๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๒๖ ข ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารชั้นนายพล 

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานยศ พลโทหญิง ให้แก่ พลตรีหญิง สุทิดา 

วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ซึ่งรับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 

๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ 

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ 


ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

นายกรัฐมนตรี