Download
Monday, July 6, 2015
Sunday, July 5, 2015
“จุดอ่อน” ของคนไทยและประเทศไทย 10 ข้อ.. คนไทยทุกคนควรอ่าน
“จุดอ่อน” ของคนไทยและประเทศไทย 10 ข้อ....
1 . คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก
โดยเฉพาะ หน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็น ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ
2. การศึกษายังไม่ทันสมัย
คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า
3. มองอนาคตไม่เป็น
คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอ มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน
4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่
ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่ง ครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ
5. การกระจายความเจริญยังไม่เต็มที่
ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชนซึ่งเป็น หน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม
6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการไม่ต่อเนื่อง
ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง
7. อิจฉาตาร้อน
สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัยยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่า ผู้ก่อการร้ายดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว
8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว
เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์เอ็นจีโอดีๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาลเพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน
9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก
การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะและทีม เวิร์ค ที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้
10. เลี้ยงลูกไม่เป็น
ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคมข้อสุดท้าย! อ่านแล้วอาจต้องแปะติดข้างฝาไว้เลย!
ขอบคุณ http://talk.mthai.com/topic/409090
1 . คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก
โดยเฉพาะ หน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็น ธุรกิจการเมือง ธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ
2. การศึกษายังไม่ทันสมัย
คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง เราจึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสที่ดีกว่า
3. มองอนาคตไม่เป็น
คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ น้อยคนนักที่จะทำงานแบบเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอ มีเป้าหมายในอนาคตที่ชัดเจน
4. ไม่จริงจังในความรับผิดชอบต่อหน้าที่
ทำแบบผักชีโรยหน้าหรือทำด้วยความเกรงใจ ต่างกับคนญี่ปุ่นหรือยุโรปที่จะให้ความสำคัญกับสัญญาหรือข้อตกลงอย่างเคร่ง ครัด เพราะหมายถึงความเชื่อถือในระยะยาว ปัจจุบันคนไทยถูกลดเครดิตความน่าเชื่อถือด้านนี้ลงเรื่อยๆ
ประชากรประมาณ 60-70% ที่อยู่ห่างไกลจะขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองและชุมชนซึ่งเป็น หน้าที่ของภาครัฐที่ต้องส่งเสริม
6. การบังคับกฎหมายไม่เข้มแข็ง และดำเนินการไม่ต่อเนื่อง
ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก ปราบปรามไม่จริงจัง การดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีอำนาจหรือบริวารจะทำแบบเอาตัวรอดไปก่อน ไม่มีมาตรฐาน ต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว ข้อนี้กระบวนการยุติธรรมจะต้องปรับปรุง
7. อิจฉาตาร้อน
สังคมไทยไม่ค่อยเป็นสุภาพบุรุษ เลี่ยงเป็นศรีธนญชัยยกย่องคนมีอำนาจ มีเงิน โดยไม่สนใจภูมิหลัง โดยเฉพาะคนที่ล้มบนฟูกแล้วไปเกาะผู้มีอำนาจ เอาตัวรอด คนพวกนี้ร้ายยิ่งกว่า ผู้ก่อการร้ายดีแต่พูด มือไม่พายเอาเท้ารานํ้า ทำให้คนดีไม่กล้าเข้ามาเพราะกลัวเปลืองตัว
8. เอ็นจีโอค้านลูกเดียว
เอ็น จีโอ บางกลุ่มอิงอยู่กับผลประโยชน์เอ็นจีโอดีๆ ก็มี แต่บ้านเรามีน้อย บ่อยครั้งที่ประเทศเราเสียโอกาสอย่างมหาศาลเพราะการค้านหัวชนฝา เหตุผลจริงๆ ไม่ได้พูดกัน
9. ยังไม่พร้อมในเวทีโลก การสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีการค้าระดับโลกของเรายังขาดทักษะและทีม เวิร์ค ที่ดี ทำให้สู้ประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ไม่ได้
10. เลี้ยงลูกไม่เป็น
ปัจจุบัน เด็กไทยขาดความอดทน ไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นขี้โรคทางจิตใจ ไม่เข้มแข็ง เพราะเราเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ไม่สอนให้ลูกช่วยตัวเอง ต่างกับชาติที่เจริญแล้ว เขาจะกระตือรือร้นช่วยตนเองขวนขวาย แสวงหา ค้นหาตัวเอง และเขาจะสอนให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคมข้อสุดท้าย! อ่านแล้วอาจต้องแปะติดข้างฝาไว้เลย!
ขอบคุณ http://talk.mthai.com/topic/409090
เบื้องหลังเบื้องลึก และความจริง เรื่อง การค้าข้าวไทย
เรียน ดร.
ระบบการค้าข้าวไทยมีการพยายามเปลี่ยนโครงสร้างในสมัยปี51(นายกสมัคร)ถึงขั้น คุณมิ่งขวัญลั่นวาจาว่าถ้าข้าวไม่ถึงเกวียนละ18,000ห้ามขาย รัฐเริ่มมีแนวคิดที่จะขายข้าวตรงโดยดึงสัดส่วนออกจากมือโรงสีซึ่งข้าวส่วนที่ขายตรงเป็นข้าวจากผลผลิตส่วนเกิน สร้างความไม่พอใจให้กับระบบขายข้าวข้ามชาติเป็นอย่างมากถึงขั้นยกชุดไปคุยเจรจากับคุณยรรยง ถึงกระทรวง แต่ตอนนั้นเป็นแค่การต่อรองราคาซึ่งไม่เป็นที่พอใจเนื่องจากรัฐต้องการขายตรง (ต่อมาเรียกติดปากกันว่าจีทูจี) จึงเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลคุณสมัครล้มและคุณมิ่งขวัญเลิกเล่นการเมือง
ข้าวได้มีการค้างสต๊อตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเนื่องจากยุคคุณสมชายไม่ได้เข้าบริหารเต็มที่ต้องหนีไปหนีมาจากม๊อป เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้หยิบชูนโยบายนี้กลับขึ้นมาเป็นที่ไม่พอใจอย่างมากกับผู้ค้าข้าวระหว่างประเทศ(ไม่ใช่สมาคมชาวนาไทย) และเจ้าของโรงไซโล(ไม่ใช่โรงสี) ถึงขั้นสั่งว่าต้องทำประกันราคาไม่ใช่รับจำนำ เพื่อที่เขาจะกำหนดต้นทุนการผลิตได้ แต่รัฐบาลตัดสินใจแถลงเป็นนโยบายถ้าไม่ปฏิบัติก็ผิดกฏหมายถ้าปฏิบัติมีศัตรูตัวใหญ่รอชนอยู่ สุดท้ายเลือกที่จะชน โดยติดต่อการค้าข้าวแบบจีทูจีต่อไป ทำให้เกิดการชัตดาว์นระบบข้าวไทยทั้งระบบไม่ให้ซื้อไม่ให้ขายไม่ให้ขยับไม่เบิกจ่ายเงิน ตอนนี้คงถึงเวลาสั่งสอนผู้ที่ไม่เชื่อฟังแล้วหล่ะครับ
(ปล.ข้าวสาร1ตันใช้ข้าวเปลือกประมาณ1.6ตัน ส่วนราคาที่จะกำหนดนั้นคงต้องให้ชาวนาได้รู้ราคาตลาดโลก จริงแบบเรียลทามจึงจะแก้ปัญหาได้ ถ้ามีสต๊อคมาร์เกตวิ่งแบบไทม์สแควได้คงดีไม่น้อย ส่วนรัฐมีหน้าที่คอยพยุงในขณะที่เกิดความผันผวนทางตลาดซึ่งรัฐจะต้องรู้ก่อนอยู่แล้วจากกระทรวงต่างประเทศ ส่วนเรื่องคลิปที่ส่งมานั้นเกิดจากราคาข้าวตลาดโลกตกลงมากทำให้ต้องหาคนรับกรรม จะเอาบริบทและเงื่อนเวลาที่ต่างกันมาใช้กับสิ่งเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะถ้าเอาราคาข้าวยุคคุณสมัครมาพูดตอนนั้นตันละสามหมื่นกว่าตอนนี้รัฐจากทำขาดทุนคงกลายเป็นกำไรมหาศาลมันไม่ใช่การทำเพื่อชาติแต่เป็นการทำลายล้างจากความแค้นส่วนกลุ่มบุคคลมากกว่าครับ) หมายเหตุ ผมได้ดูที่ดร.วางในบลอคแล้วครับถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยเซนเซอร์ตัวบุคคลเชิงคู่สนทนาได้จะเป็นพระคุญอย่างสูง
***เช่น"น้องชายเหล่าธรรมทัต ทำงานให้เจ้าสัว "หรือ"ผก TMB" นี่เป็นการระบุคู่สนทนาทันทีเลยครับ
ส่วนถ้าเป็นชื่อคนในเชิงข้อมูลคงไม่มีปัญหาอะไรครับ(มีความกังวลเล็กน้อย)
ด้วยความเคารพอย่างสูง
เบื้องหลังเบื้องลึก และความจริง เรื่อง การค้าข้าวไทย
เรียน ดร.
ระบบการค้าข้าวไทยมีการพยายามเปลี่ยนโครงสร้างในสมัยปี51(นายกสมัคร)ถึงขั้น คุณมิ่งขวัญลั่นวาจาว่าถ้าข้าวไม่ถึงเกวียนละ18,000ห้ามขาย รัฐเริ่มมีแนวคิดที่จะขายข้าวตรงโดยดึงสัดส่วนออกจากมือโรงสีซึ่งข้าวส่วนที่ขายตรงเป็นข้าวจากผลผลิตส่วนเกิน สร้างความไม่พอใจให้กับระบบขายข้าวข้ามชาติเป็นอย่างมากถึงขั้นยกชุดไปคุยเจรจากับคุณยรรยง ถึงกระทรวง แต่ตอนนั้นเป็นแค่การต่อรองราคาซึ่งไม่เป็นที่พอใจเนื่องจากรัฐต้องการขายตรง (ต่อมาเรียกติดปากกันว่าจีทูจี) จึงเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลคุณสมัครล้มและคุณมิ่งขวัญเลิกเล่นการเมือง
ข้าวได้มีการค้างสต๊อตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเนื่องจากยุคคุณสมชายไม่ได้เข้าบริหารเต็มที่ต้องหนีไปหนีมาจากม๊อป เมื่อเข้าสู่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้หยิบชูนโยบายนี้กลับขึ้นมาเป็นที่ไม่พอใจอย่างมากกับผู้ค้าข้าวระหว่างประเทศ(ไม่ใช่สมาคมชาวนาไทย) และเจ้าของโรงไซโล(ไม่ใช่โรงสี) ถึงขั้นสั่งว่าต้องทำประกันราคาไม่ใช่รับจำนำ เพื่อที่เขาจะกำหนดต้นทุนการผลิตได้ แต่รัฐบาลตัดสินใจแถลงเป็นนโยบายถ้าไม่ปฏิบัติก็ผิดกฏหมายถ้าปฏิบัติมีศัตรูตัวใหญ่รอชนอยู่ สุดท้ายเลือกที่จะชน โดยติดต่อการค้าข้าวแบบจีทูจีต่อไป ทำให้เกิดการชัตดาว์นระบบข้าวไทยทั้งระบบไม่ให้ซื้อไม่ให้ขายไม่ให้ขยับไม่เบิกจ่ายเงิน ตอนนี้คงถึงเวลาสั่งสอนผู้ที่ไม่เชื่อฟังแล้วหล่ะครับ
(ปล.ข้าวสาร1ตันใช้ข้าวเปลือกประมาณ1.6ตัน ส่วนราคาที่จะกำหนดนั้นคงต้องให้ชาวนาได้รู้ราคาตลาดโลก จริงแบบเรียลทามจึงจะแก้ปัญหาได้ ถ้ามีสต๊อคมาร์เกตวิ่งแบบไทม์สแควได้คงดีไม่น้อย ส่วนรัฐมีหน้าที่คอยพยุงในขณะที่เกิดความผันผวนทางตลาดซึ่งรัฐจะต้องรู้ก่อนอยู่แล้วจากกระทรวงต่างประเทศ ส่วนเรื่องคลิปที่ส่งมานั้นเกิดจากราคาข้าวตลาดโลกตกลงมากทำให้ต้องหาคนรับกรรม จะเอาบริบทและเงื่อนเวลาที่ต่างกันมาใช้กับสิ่งเดียวกันคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะถ้าเอาราคาข้าวยุคคุณสมัครมาพูดตอนนั้นตันละสามหมื่นกว่าตอนนี้รัฐจากทำขาดทุนคงกลายเป็นกำไรมหาศาลมันไม่ใช่การทำเพื่อชาติแต่เป็นการทำลายล้างจากความแค้นส่วนกลุ่มบุคคลมากกว่าครับ) หมายเหตุ ผมได้ดูที่ดร.วางในบลอคแล้วครับถ้าไม่รบกวนเกินไปช่วยเซนเซอร์ตัวบุคคลเชิงคู่สนทนาได้จะเป็นพระคุญอย่างสูง
***เช่น"น้องชายเหล่าธรรมทัต ทำงานให้เจ้าสัว "หรือ"ผก TMB" นี่เป็นการระบุคู่สนทนาทันทีเลยครับ
ส่วนถ้าเป็นชื่อคนในเชิงข้อมูลคงไม่มีปัญหาอะไรครับ(มีความกังวลเล็กน้อย)
ด้วยความเคารพอย่างสูง
แถลงการณ์ของกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจัก...
แถลงการณ์ของกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร เรียกร้อง
"ปล่อยนักศึกษา 14 คน และ นักโทษทางการเมือง"
พวกเราคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในสหราชอณาจักร ไม่รับอำนาจรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มีความกังวลกับรัฐบาลเผด็จการที่อ้างว่ากำลังคืนความสุขให้กับสังคม แต่แท้จริงแล้ว ความสุขที่พวกเขาหยิบยื่นให้เป็นเพียงความสุขจากการเห็นคนคิดต่างต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ความสุขจากคำโฆษณาชวนเชื่อ ความสุขจากการเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทั้งที่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำเป็นการกำราบปราบปรามประชาชนคนเห็นต่าง
พวกเราถือว่าการจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ภายใต้เหตุผลการขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งออกตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ อันเป็นกฎหมายที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจที่ได้จากการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนผ่านการรัฐประหารนั้น ไม่ถือว่าเป็นกฏหมาย เนื่องจากเป็นอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบ
พวกเราขอยกย่องความกล้าหาญของนักศึกษาทั้ง 14 คน พวกเขาไม่เพียงเป็นตัวแทนของปัญญาชน ที่คิด เขียน วิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาแสดงออกเพื่อยืนยันในสิทธิที่ตนพึงมี โดยยอมแลกกับเสรีภาพอันน้อยนิดที่มีอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการทหารไทย
โดยในวันนี้พวกเขาถูกกักขัง พวกเขาถูกปฏิบัติราวกับอาชญากร เพราะพวกเขาคิดและแสดงออกอย่างสันติ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ สอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากล พวกเราเห็นว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด พูด เขียน และแสดงความคิดเห็นของตนโดยสันติ
พวกเรามีข้อเรียกร้อง 4 ข้อดังต่อไปนี้ :
1) ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14คนทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และยุติการดำเนินคดีอาญาต่อนักศึกษาและประชนผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมในที่สาธารณะทุกคน
2) หยุด คุกคาม ครอบครัวของนักศึกษาที่ถูกจับกุม ทั้ง 14 คน รวมทั้งอาจารย์ และประชาชนในสังคมผู้รักประชาธิปไตที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาดังกล่าว
3) ปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
4) สุดท้ายให้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย โดยยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ
กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
5 กรกฎาคม 2558
"ปล่อยนักศึกษา 14 คน และ นักโทษทางการเมือง"
พวกเราคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในสหราชอณาจักร ไม่รับอำนาจรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มีความกังวลกับรัฐบาลเผด็จการที่อ้างว่ากำลังคืนความสุขให้กับสังคม แต่แท้จริงแล้ว ความสุขที่พวกเขาหยิบยื่นให้เป็นเพียงความสุขจากการเห็นคนคิดต่างต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ความสุขจากคำโฆษณาชวนเชื่อ ความสุขจากการเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทั้งที่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำเป็นการกำราบปราบปรามประชาชนคนเห็นต่าง
พวกเราถือว่าการจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ภายใต้เหตุผลการขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งออกตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ อันเป็นกฎหมายที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจที่ได้จากการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนผ่านการรัฐประหารนั้น ไม่ถือว่าเป็นกฏหมาย เนื่องจากเป็นอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบ
พวกเราขอยกย่องความกล้าหาญของนักศึกษาทั้ง 14 คน พวกเขาไม่เพียงเป็นตัวแทนของปัญญาชน ที่คิด เขียน วิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาแสดงออกเพื่อยืนยันในสิทธิที่ตนพึงมี โดยยอมแลกกับเสรีภาพอันน้อยนิดที่มีอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการทหารไทย
โดยในวันนี้พวกเขาถูกกักขัง พวกเขาถูกปฏิบัติราวกับอาชญากร เพราะพวกเขาคิดและแสดงออกอย่างสันติ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ สอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากล พวกเราเห็นว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด พูด เขียน และแสดงความคิดเห็นของตนโดยสันติ
พวกเรามีข้อเรียกร้อง 4 ข้อดังต่อไปนี้ :
1) ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14คนทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และยุติการดำเนินคดีอาญาต่อนักศึกษาและประชนผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมในที่สาธารณะทุกคน
2) หยุด คุกคาม ครอบครัวของนักศึกษาที่ถูกจับกุม ทั้ง 14 คน รวมทั้งอาจารย์ และประชาชนในสังคมผู้รักประชาธิปไตที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาดังกล่าว
3) ปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
4) สุดท้ายให้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย โดยยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ
กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
5 กรกฎาคม 2558
แถลงการณ์ของกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร เรียกร้อง "ปล่อยนักศึกษา 14 คน และ นักโทษทางการเมือง"
แถลงการณ์ของกลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร เรียกร้อง
"ปล่อยนักศึกษา 14 คน และ นักโทษทางการเมือง"
พวกเราคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในสหราชอณาจักร ไม่รับอำนาจรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มีความกังวลกับรัฐบาลเผด็จการที่อ้างว่ากำลังคืนความสุขให้กับสังคม แต่แท้จริงแล้ว ความสุขที่พวกเขาหยิบยื่นให้เป็นเพียงความสุขจากการเห็นคนคิดต่างต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ความสุขจากคำโฆษณาชวนเชื่อ ความสุขจากการเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทั้งที่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำเป็นการกำราบปราบปรามประชาชนคนเห็นต่าง
พวกเราถือว่าการจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ภายใต้เหตุผลการขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งออกตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ อันเป็นกฎหมายที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจที่ได้จากการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนผ่านการรัฐประหารนั้น ไม่ถือว่าเป็นกฏหมาย เนื่องจากเป็นอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบ
พวกเราขอยกย่องความกล้าหาญของนักศึกษาทั้ง 14 คน พวกเขาไม่เพียงเป็นตัวแทนของปัญญาชน ที่คิด เขียน วิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาแสดงออกเพื่อยืนยันในสิทธิที่ตนพึงมี โดยยอมแลกกับเสรีภาพอันน้อยนิดที่มีอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการทหารไทย
โดยในวันนี้พวกเขาถูกกักขัง พวกเขาถูกปฏิบัติราวกับอาชญากร เพราะพวกเขาคิดและแสดงออกอย่างสันติ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ สอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากล พวกเราเห็นว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด พูด เขียน และแสดงความคิดเห็นของตนโดยสันติ
พวกเรามีข้อเรียกร้อง 4 ข้อดังต่อไปนี้ :
1) ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14คนทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และยุติการดำเนินคดีอาญาต่อนักศึกษาและประชนผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมในที่สาธารณะทุกคน
2) หยุด คุกคาม ครอบครัวของนักศึกษาที่ถูกจับกุม ทั้ง 14 คน รวมทั้งอาจารย์ และประชาชนในสังคมผู้รักประชาธิปไตที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาดังกล่าว
3) ปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
4) สุดท้ายให้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย โดยยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ
กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
5 กรกฎาคม 2558
"ปล่อยนักศึกษา 14 คน และ นักโทษทางการเมือง"
พวกเราคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในสหราชอณาจักร ไม่รับอำนาจรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มีความกังวลกับรัฐบาลเผด็จการที่อ้างว่ากำลังคืนความสุขให้กับสังคม แต่แท้จริงแล้ว ความสุขที่พวกเขาหยิบยื่นให้เป็นเพียงความสุขจากการเห็นคนคิดต่างต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ความสุขจากคำโฆษณาชวนเชื่อ ความสุขจากการเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ทั้งที่สิ่งเดียวที่พวกเขาทำเป็นการกำราบปราบปรามประชาชนคนเห็นต่าง
พวกเราถือว่าการจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ภายใต้เหตุผลการขัดคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งออกตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฯ อันเป็นกฎหมายที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจที่ได้จากการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนผ่านการรัฐประหารนั้น ไม่ถือว่าเป็นกฏหมาย เนื่องจากเป็นอำนาจที่ได้มาโดยมิชอบ
พวกเราขอยกย่องความกล้าหาญของนักศึกษาทั้ง 14 คน พวกเขาไม่เพียงเป็นตัวแทนของปัญญาชน ที่คิด เขียน วิพากษ์วิจารณ์ แต่ยังเป็นตัวแทนของประชาชนคนธรรมดาที่ออกมาแสดงออกเพื่อยืนยันในสิทธิที่ตนพึงมี โดยยอมแลกกับเสรีภาพอันน้อยนิดที่มีอยู่ภายใต้รัฐเผด็จการทหารไทย
โดยในวันนี้พวกเขาถูกกักขัง พวกเขาถูกปฏิบัติราวกับอาชญากร เพราะพวกเขาคิดและแสดงออกอย่างสันติ ตามสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ สอดรับกับหลักการและทฤษฎีอันเป็นสากล พวกเราเห็นว่าประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมทางการเมือง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด พูด เขียน และแสดงความคิดเห็นของตนโดยสันติ
พวกเรามีข้อเรียกร้อง 4 ข้อดังต่อไปนี้ :
1) ปล่อยตัวนักศึกษาทั้ง 14คนทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และยุติการดำเนินคดีอาญาต่อนักศึกษาและประชนผู้รักประชาธิปไตยที่ชุมนุมในที่สาธารณะทุกคน
2) หยุด คุกคาม ครอบครัวของนักศึกษาที่ถูกจับกุม ทั้ง 14 คน รวมทั้งอาจารย์ และประชาชนในสังคมผู้รักประชาธิปไตที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาดังกล่าว
3) ปล่อยนักโทษทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
4) สุดท้ายให้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย โดยยุติการนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร
เผด็จการจงพินาศ ประชาชนจงเจริญ
กลุ่มคนไทยรักประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
5 กรกฎาคม 2558
Subscribe to:
Comments (Atom)



