Monday, May 11, 2015

โรฮิงญา: กระจกสะท้อน ภาพนรก ที่ทหารไทย ต้องอธิบายต่อชาวโลก

ยิ่งสาวยิ่งลึก ร้าย เลว โหด


            *** "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" ผบ.ตร.สลัดปากกาเซ็นคำสั่งย้าย "ตำรวจ" ซึ่งสงสัยพัวพันหรือมีส่วนรู้เห็นกับการขน "โรฮิงญา" ผ่านประเทศไทยไปประเทศที่สามแล้วกว่า 50 ราย มีทั้งตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจน้ำ ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ และตำรวจตระเวนชายแดน แต่เท่าที่เห็นรายชื่อล้วนแล้วแต่เป็น "ปลาซิวปลาสร้อย" *** ไหนๆ เหล็กกำลังร้อน "บิ๊กอ๊อด" ควรถือโอกาสกวาดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสียที พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันมีปัญหาเรื่องค้ามนุษย์มานาน ก่อนหน้า "โรฮิงญา" ก็มีเรื่องค้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการค้า "ผู้หญิง" ผู้กระทำผิดเครือข่ายเดิมๆ เพียงแต่เปลี่ยน "สินค้า" เครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ดำรงอยู่ได้อย่างไร หากเจ้าหน้าที่รัฐ "ไม่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่"
           *** ขอเตือนไว้อีกเรื่องเผื่อ "บิ๊กอ๊อด" มีภารกิจมากจนอาจหลงลืมกรณี "ส่วยน้ำมันเถื่อน" พื้นที่ภาคใต้ ก่อนหน้านี้พบ "บัญชีส่วยยาวเป็นหางว่าว" ถึงวันนี้เอาผิดใครได้หรือยัง ลองถามความคืบหน้า "พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์" ผบช.ก. สืบสาวราวเรื่องไปถึงไหนแล้ว อย่าให้เป็น "ไฟไหม้ฟาง" เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนก็จบกัน ***  กรณี "โรฮิงญา" ในส่วนของตำรวจเคลื่อนไหวโยกย้ายกันไปบ้างแล้ว แต่ในฝ่ายทหารยังไม่เห็นว่ามีการดำเนินการไปอย่างไรบ้างแล้ว น่านน้ำอันดามันภาคใต้ฝั่งตะวันตกมี "กองเรือภาคที่ 3" รับผิดชอบพื้นที่ ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด "เครือข่ายค้ามนุษย์" จึงใช้พื้นที่เป็นเส้นทางขน "โรฮิงญา" ได้
           *** ทหารบกก็เช่นกัน พื้นที่ปลายทางที่เครือข่ายค้ามนุษย์ ตั้งค่ายพักพิงก่อนข้ามไปประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งอยู่ห่างจาก "ค่ายเสนาณรงค์" ซึ่งเป็นค่ายทหารแห่งใหญ่ในภาคใต้ตอนล่างไม่กี่สิบกิโลเมตร "ท่านผู้หลักผู้ใหญ่" ในค่ายแห่งนี้ "ขึ้นฮ.-ลง ฮ." บินผ่านไม่เห็นกันบ้างเลยหรืออย่างไร *** ส่วนที่ระนองต้นทาง "โรฮิงญา" ขึ้นฝั่งมี "กองกำลังเทพสตรี" ตั้งอยู่ ค่อนข้างแข็งขัน จนระยะหลังๆ "เครือข่ายค้ามนุษย์" ต้องใช้วิธีขน "โรฮิงญา" เดินทางทางเรือตรงไปยัง "สตูล" แทน แต่ก็มีบ้างที่สามารถขึ้นฝั่งที่ "ระนอง" ได้ "พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร" ผบ.ทบ. น่าลองตรวจสอบเป็นเพราะเหตุใด หากพบนิ้วไหนร้ายต้องรีบตัดทิ้ง *** ฝ่ายปกครองก็เช่นกัน "ท่านผู้ว่าฯ-ท่านนายอำเภอ" ไม่ระแคะระคายอะไรกันเลยหรือ ผู้ที่ถูกออกหมายจับมีทั้ง "ผู้นำ-นักการเมืองท้องถิ่น" มีหน้าที่การงานอยู่ในสายงานที่พวกท่านต้องควบคุมดูแลไม่ใช่หรือ "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" รมว.มหาดไทย ทำอย่างไรดี

โรฮิงยา คือเผ่าพันธุ์ ที่ถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง. เป็นชะตากรรมของเขา ที่เกิดเป็นโรฮิงยา และเป็นชะตากรรมของคนไทยที่รู้ไม่ทันกโลบายทางการเมือง ระดับภูมิภาค คนไทยต้องป้องกันตัวเอง การปฏิเสธต้องมาจากประชาชนโดยรัฐทำตามเสียงสนับสนุนของประชาชน เมื่อมีความแตกแยกกันภายใน ปัญหานี้จึงยากแก้ไข คนโรฮิงยาไม่ใช้ต้นเหตุ แต่ขบวนการสร้างภาพบิดเบือนสภาพที่เกิดขึ้นจริงเพื่อผลประโยชน์แอบแฝงในรูปแบบของการกลืนแผ่นดิน คือการใช้คนใหม่ดันคนเก่าเพื่อครองพื้นที่ ตัวอย่างข่าวของความน่าสะพรึงกลัวที่คนโรฮิงยาได้รับ  ภาพชายคนหนึ่งถูกรุมตี บรรยายว่าเหตุเกิดในพม่า แต่เหตุเกิดขึ้นจริง ที่อัสสัม อินเดีย.  เพจนี้ ขอเรี่ยไรเงินจากชาวมุสลิมทั้งหลาย ข่าวที่มาของภาพคือ http://maoistresistance.blogspot.com/2007/11/assam-tribal-woman-stripped-cm-orders.html



You raise me up! นักร้องกิตติมศักดิ์... น่ารักอ่ะ...


Il cucciolo di Bulldog se la canta assieme ai suoi amici umaniE tiene pure il tempo!
Posted by Blogo on Monday, December 1, 2014


11 พ.ค. 2558 ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนคุย: ต้องล้มช้าง ด้วยตีนและมือของท่านเอง... ทำไม? อย่างไร?

11 พ.ค. 2558 ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนคุย: ต้องล้มช้าง ด้วยตีนและมือของท่านเอง... ทำไม? อย่างไร?
ดร.เพียงดิน ชวนคิดชวนคุย: ต้องสู้ ด้วยตีนและมือของประชาชน อย่าบั่นทอนขบวนปฏิวัติประชาชน

Sunday, May 10, 2015

รีวิวสิ่งของข้างในถุงพระราชทาน (เครดิต จาก Pantip)

รีวิวสิ่งของข้างในถุงพระราชทาน

กระทู้สนทนา
ถ้าได้ติดตามข่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทุกท่านคงจะได้เห็นข่าวว่ามีพายุฤดูร้อนถล่ม
ตามจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือ แถวบ้านผมก็โดนกับเขาเหมือนกัน โดนแรงเอาเรื่อง
ทีนี้พอผ่านไปซักสามสี่วันทางหมู่บ้าน ก็มีประกาศให้ไปรับถุงพระราชทาน
ว่าจะรีวิวหลายรอบแต่ลืมพึ่งจะมานึกขึ้นได้ เลยเป็นที่มาของรีวิวนี้ครับ

นี่คือของทั้งหมดในถุง


สิ่งแรกที่เปิดถุงมาก็คือโมจิทดสอบแล้วอร่อยครับ ไม่มีวันหมดอายุแปะไว้แต่ก็เก็บไว้ 4-5 วันไม่บูด


ต่อมาก็น้ำพริก


บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป


ปลากระป๋อง


ข้าวกระป๋อง


น้ำดื่ม


น้ำปลา


น้ำมันถั่วเหลือง


ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558
สุดท้ายนี้ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อนอกจากคำว่า "ทรงพระเจริญ"

คนไทยรู้สึกอย่างไรกับ CP ? โดย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

คนไทยรู้สึกอย่างไรกับ CP ?
โดย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ซีพีใหญ่แค่ไหน? ซีพีลงทุนไปทั่วโลกแม้ปากจะบอกอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นบริษัทของคนไทย แต่ในโลกของธุรกิจสากล ซีพีไม่มีสัญชาติ

เราเรียกบริษัทเหล่านี้ว่า "บริษัทข้ามชาติ" ไปลงทุนที่ประเทศไหนก็จัดตั้งบริษัทตามสัญชาติของประเทศนั้น

เราได้ยินเรื่องราวการประสบความสำเร็จของซีพีมามากเริ่มต้นจากร้านขายอาหารสัตว์เล็กๆเมื่อ 50 ปีก่อน ตั้งอยู่แถบเยาวราช บนถนนทรงวาด หลังบ้านผมนี่เอง

แต่ซีพีควรจะฟังว่า คนไทยรู้สึกอย่างไรกับซีพี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำไมคนไทยถึงไม่ประทับใจกับความสำเร็จของซีพี?

1.ซีพีใหญ่เกินไป และการเติบโตประสบความสำเร็จของซีพี คืนกำไรกลับสู่สังคมน้อยมาก

ไม่ต้องไปพูดถึงการบริจาคน้ำท่วม หรือเอาผ้าห่มไปให้กับผู้ประสบภัยหน้าหนาว เพราะเรื่องแค่นั้นมันจิ๊บจ๊อย เมื่อเทียบกับการที่ซีพีมีอำนาจเหนือตลาด โดยใช้เงินทุนกำหนดทิศทางตลาดจนกระทั่งคู่แข่งขันเหลือน้อยลง หรือหายสาปสูญไป

ยกตัวอย่าง เซเว่นอีเลฟเว่นที่มีสาขามากมาย คู่แข่งอย่างแฟมิลี่มาร์ท หรือลอว์สัน เทียบไม่ติดฝุ่น

2.วิธีการที่ซีพีปฏิบัติต่อลูกค้าหรือคู่ค้า เป็นเพียงเรื่องของธุรกิจเท่านั้น จึงยากที่จะทำให้คนไทยในฐานะลูกค้า คิดถึงซีพีในแง่ที่ดีอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ซีพีตะกละตะกลามที่จะประสบความสำเร็จโดยใช้วิธีควบคุมตลาดเปิดเซเว่นโปรยไปทั่วทุกชุมชน จนไม่เหลืออะไรให้กับคนท้องถิ่นที่อยากประกอบธุรกิจแบบเดียวกัน ค่าแฟรนไชส์ก็หนักหนาสาหัส แถมยังชักเปอร์เซ็นต์จากผู้ที่เปิดร้านเซเว่นมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์

3.ซีพีประสบความสำเร็จมากเกินไปอะไรที่ซีพีทำต้องเหนือกว่าผู้อื่นไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าขายไก่ อาหาร ค้าปลีกค้าส่ง โทรคมนาคม เคเบิ้ลทีวี และต่อไปอาจจะเป็น "รถไฟความเร็วสูง"

ซีพีแทรกซึมเข้าไปทุกธุรกิจ ทำกำไรมหาศาล และไม่เหลือพื้นที่ยืนให้กับคู่แข่งขันขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือแม้กระทั่งคนในท้องถิ่น

คนไทยไม่ได้ต้องการบอยคอต หรือต่อต้านซีพีแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการบอกให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างซีพีได้พิจารณาอย่างถ่องแท้ ว่าคนไทยคิดอย่างไรกับซีพี

ทำไมคนไทยถึงไม่ภาคภูมิใจกับความสำเร็จของซีพี?
มันเป็นคำถามที่ยาก ที่ซีพีจะต้องค้นหาคำตอบให้เร็วที่สุด

ไม่อย่างนั้น ไม่ว่าซีพีจะประสบความสำเร็จมากมายเท่าไหร่
คนไทยก็ยิ่งเกลียดกลัวซีพีมากขึ้นเท่านั้น

ความเห็นแก่ตัวของสถาบันกษัตริย์ไทย รวยล้นฟ้า แต่เอาเงินประชาไปใช้ส่วนตัว



อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าอังกฤษ 46.6 เท่า
สเปน มีGDP สูงกว่าไทย 4 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 31 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสเปน 124 เท่า
สวีเดน มี GDP สูงกว่าไทย 1.47 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 3 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสวีเดน 4.42 เท่า
นอร์เวย์มี GDP สูงกว่าไทย 1.34 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 14.28 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่านอร์เวย์ 19.1352 เท่า
เดนมาร์ค มี GDP พอ ๆ กับไทย
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 21 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าเดนมาร์ค 21 เท่า
ที่สำคัญ สถาบันกษัตริย์ทั้งหมด ไม่ติดความร่ำรวย 1 ใน 10
ของสถาบันกษัตริย์ ที่ร่ำรวยของโลก
แต่ของไทย ติดอันดับ 1 มาแล้ว 7 ปีซ้อน
อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวั...
Posted by Jack Griffins on Saturday, May 9, 2015


ความเห็นแก่ตัวของสถาบันกษัตริย์ไทย รวยล้นฟ้า แต่เอาเงินประชาไปใช้ส่วนตัว

ความเห็นแก่ตัวของสถาบันกษัตริย์ไทย รวยล้นฟ้า แต่เอาเงินประชาไปใช้ส่วนตัว



อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าอังกฤษ 46.6 เท่า
สเปน มีGDP สูงกว่าไทย 4 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 31 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสเปน 124 เท่า
สวีเดน มี GDP สูงกว่าไทย 1.47 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 3 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าสวีเดน 4.42 เท่า
นอร์เวย์มี GDP สูงกว่าไทย 1.34 เท่า
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 14.28 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่านอร์เวย์ 19.1352 เท่า
เดนมาร์ค มี GDP พอ ๆ กับไทย
งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 21 เท่า
คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวังไทย ได้รับงบ
สูงกว่าเดนมาร์ค 21 เท่า
ที่สำคัญ สถาบันกษัตริย์ทั้งหมด ไม่ติดความร่ำรวย 1 ใน 10
ของสถาบันกษัตริย์ ที่ร่ำรวยของโลก
แต่ของไทย ติดอันดับ 1 มาแล้ว 7 ปีซ้อน
อังกฤษ มี GDP สูงกว่าไทย 7 เท่า งบสำนักพระราชวัง ได้ต่ำกว่าไทย 6.66 เท่า คิดเทียบการเทียบบัญญัติไตรยางค์ สำนักพระราชวั...
Posted by Jack Griffins on Saturday, May 9, 2015


ความเห็นแก่ตัวของสถาบันกษัตริย์ไทย รวยล้นฟ้า แต่เอาเงินประชาไปใช้ส่วนตัว